พิพิธภัณฑ์ไทยหัว

พิพิธภัณฑ์ไทยหัว

สถานที่แห่งแรกในตัวเมืองที่จะทำให้นักเดินทางได้รู้จักกับวิถีชีวิตของชาวจีนภูเก็ตในอดีตก็คือ “พิพิธภัณฑ์ไทยหัว” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนกระบี่ แต่เดิมที่นี่เป็นโรงเรียน ก่อนถูกปรับปรุงให้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน ที่นี่เป็นตัวตึก 2 ชั้น ชั้นล่างมีซุ้มโค้งเตี้ยขนาดใหญ่ 3 ซุ้ม ช่องกรอบหน้าต่างด้านบนเป็นจั่วโรมัน บานหน้าต่างมีลวดลายเรขาคณิต เหนือซุ้มช่วงกลางมีหน้าจั่วปูนปั้นรูปค้างคาว ซึ่งตามความเชื่อของคนจีนถือว่าเป็นสัตว์แห่งความโชคดี
ภายในแบ่งออกเป็น 13 ห้อง โดยแต่ละห้องจะมีเล่าเรื่องวิถีชีวิตชาวจีนภูเก็ต ตั้งแต่เริ่มตั้งรกรากจนถึงช่วงยุคแห่งเหมืองแร่รุ่งเรือง รวมทั้งพูดถึงภูมิปัญญา พิธีกรรม โครงสร้างบ้านเก่าแก่ การแต่งกาย และอาหารอีกด้วย โดยเก็บค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์แค่คนละ 50 บาทเท่านั้น
พิพิธภัณฑ์ไทยหัว
เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-17.00 น.
28 ถ.กระบี่ ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 0 7621 1224

สระมรกต

สระมรกต

ขยับออกมาห่างไกลจากชายฝั่งทะเลระยิบระยับกลับสู่ผืนแผ่นดิน คุณอาจคาดคิดไม่ถึงว่ากระบี่จะยังมีผืนน้ำที่สามารถมัดใจให้หลงใหลในอีกบรรยากาศหนึ่ง ด้วยความงดงามของธารน้ำอุ่นเปล่งประกายสีเขียวสดใส จนกลายเป็นชื่อของ “สระมรกต” ที่เปรียบประดุจสปาธรรมชาติซึ่งห้อมล้อมด้วยความเขียวขจีของแมกไม้

หากคุณเป็นผู้ที่ยอมเทหมดใจให้กับการได้อยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ การมายังสระมรกต ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบางคราม ป่าเขานอจู้จี้ ป่าดินที่ราบต่ำผืนสุดท้ายของเมืองไทย ที่อำเภอคลองท่อม ซึ่งถือว่าเป็น Unseen Thailand ของกระบี่แห่งนี้ จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้หัวใจด้วยอากาศบริสุทธิ์ที่คัดกรองออกซิเจนด้วยต้นไม้สูงใหญ่ โดยการเดินทางมายังที่นี่ไม่ยาก จากกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สู่อำเภอคลองท่อม แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 4038 ไปประมาณ 100 เมตร จึงเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางที่มีป้ายบอกทางไปยังสระมรกต

เมื่อมาถึงจุดหมาย จะมีเส้นทางสองสายให้เลือกเพื่อเดินเข้าไปสู่สระมรกต ขอแนะนำว่าควรเริ่มต้นด้วยการเดินชิลล์ๆ ไปตามสะพานไม้บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1,400 เมตร แล้วขากลับค่อยเดินตรงมาตามเส้นทาง 800 เมตร แม้จะเริ่มต้นด้วยการใช้เวลาเดินสักหน่อย แต่รับรองว่าระหว่างทางนั้นจะได้เพลิดเพลินจนลืมเหนื่อยไปกับทิวทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นลำธารเล็กๆ และต้นไม้สูงชะลูดแลเห็นไลเคนที่แฝงกายอยู่ด้วยรูปทรงสีสันหลากหลาย ประดับแซมทวีความงดงามด้วยกล้วยไม้ป่านานาพันธุ์ชวนตื่นตา

ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติอย่างดื่มด่ำยิ่งขึ้นราวกับท่องไปบนเส้นทางในแดนฝัน ควรเดินทางมาถึงที่นี่ก่อน 9 โมงเช้าในวันธรรมดา เพราะอากาศกำลังดี ละอองน้ำค้างตามต้นไม้ใบหญ้าเริ่มค่อยๆ ระเหยเป็นไอเย็นสดชื่น บรรยากาศก็แสนเงียบสงบเนื่องจากยังไม่มีคน จะแว่วยินก็เพียงเสียงนกขับกล่อมด้วยน้ำเสียงกังวานใส มีแสงอาทิตย์ส่องผ่านกิ่งไม้ลงมาราวม่านแสง จึงเหมาะยิ่งนักสำหรับการควงแขนกันชี้ชมธรรมชาติอย่างโรแมนติก แถมยังอาจโชคดีมีโอกาสได้เห็นนกที่หาชมยากอย่างนกแต้วแร้วท้องดำ ที่โลกเคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้วเกือบ 100 ปี แต่กลับได้มาค้นพบอีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อในผืนป่าแห่งนี้

หลังจากลัดเลาะขนาบข้างไปกับความเขียวขจีของพฤกษาอันร่มครึ้ม ในที่สุดก็จะพบกับความเจิดจรัสของแอ่งน้ำกว้างใหญ่ โดดเด่นด้วยสีเขียวอมฟ้าใสแจ๋ว มองทะลุลงไปจนเห็นผืนทรายขาวสะอาดเบื้องล่าง ที่จะทำให้เผลอใจลงไปแช่น้ำอุ่นอุณหภูมิ 30-50 องศาเซลเซียส ที่ผุดขึ้นจากตาน้ำธรรมชาติผ่านชั้นหินปูน ปล่อยให้สายน้ำแร่อุ่นๆ กระตุ้นระบบหมุนเวียนในร่างกายอย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังผ่อนคลายในสปาโอเพ่นแอร์ และที่ไม่ควรพลาดคือ การลองเล่นสไลเดอร์ธรรมชาติจากลานหินริมแอ่งที่ลาดลงสู่สระมรกตเพื่อเพิ่มความสนุกสนานมีชีวิตชีวา

ในแต่ละฤดูกาล ความงามของสระมรกตล้วนแล้วแต่มีความเย้ายวนใจไปคนละสไตล์ ในยามหน้าฝนที่พร่างพรมละอองเย็น ผืนป่าที่โอบล้อมจะเขียวชอุ่มดูชุ่มฉ่ำ มีกล้วยไม้ป่าผลิดอกสะพรั่ง ส่วนช่วงฤดูหนาวย่างเข้าฤดูร้อนก็จะได้ของกำนัลเพิ่มเป็นป่าเปลี่ยนสีของที่นี่ ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดในภาคใต้เลยทีเดียว แต่ฤดูที่จะได้สัมผัสกับความใสของสระอย่างเต็มตาที่สุดน่าจะเป็นฤดูร้อนที่ท้องฟ้ากระจ่าง

การลัดเลาะผืนป่ามาสู่ใจกลางยังสระมรกตจึงมอบความงดงามตราตรึงไปพร้อมๆ กับปลุกวิญญาณนักอนุรักษ์ เพื่อให้ความมหัศจรรย์ของโลกสีเขียวคงคู่อยู่อย่างน่าประทับใจไปตลอดกาล

ล่องเรือหัวโทง พายเรือคายัก

ล่องเรือหัวโทง พายเรือคายัก ที่อ่าวท่าเลน

วิธีที่จะเพลิดเพลินกับความงามของทะเลกระบี่นั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่ลงไปแหวกว่ายให้ชื่นใจเท่านั้น ยังมีกิจกรรมน่าสนใจอย่างการพาตัวออกไปล่องคลื่นกลางอ่าวท่าเลน ให้เลือกได้ตามระดับขั้นความชอบลุยของตัวคุณเอง

ถ้าชอบการนั่งชิลล์ไปเรื่อยๆ ให้สายลมเย็นๆ บริสุทธิ์ได้พัดมาปะทะใบหน้าเอื่อยๆ แล้วปล่อยใจให้ว่างไปกับธรรมชาติเงียบสงบรอบกาย การล่องเรือหัวโทง สัญลักษณ์ประจำท้องถิ่นอย่างหนึ่งของกระบี่ ที่ต่อขึ้นโดยฝีมือเรียบง่ายของชาวบ้าน น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับความชอบของคุณ นอกจากจะได้ความบันเทิงแล้วยังถือเป็นโอกาสดีที่ได้ช่วยกันอนุรักษ์วิถีแห่งท้องถิ่นที่ไม่ควรให้สูญหายไปตามกาลเวลา

แต่ถ้าระดับความท้าทายในหัวใจของคุณมีมากกว่านั้น การได้จับพายออกกำลังแขนด้วยตัวเองน่าจะเหมาะกว่า เรือพายักเป็นพาหนะที่ดีที่จะพาคุณไปชมทิวทัศน์งามหลากหลายแบบ ทั้งป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ จนไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้รับการทักทายอย่างดีจากบรรดาลิงขี้เล่นที่ซ่อนตัวอยู่แถวนั้น และเขาหินปูนที่ตั้งเหลื่อมซ้อนกันอยู่อย่างได้มุม ไปจนถึงลากูนที่ซ่อนตัวอยู่อย่างสงบจากสายตาผู้คน

การขึ้นจุดชมวิวไกรสร

การขึ้นจุดชมวิวไกรสร

หนึ่งในโปรแกรมที่ห้ามพลาดเลยก็คือ “การขึ้นจุดชมวิวไกรสร” โดยระยะทางอยูที่ 1.5 กิโลเมตร ถึงแม้ว่าอาจจะดูไม่มากเท่าไหร่ แต่เส้นทางเดินเล็กขึ้นเขานี้ก็ถือเป็นบททดสอบร่างกายของนักเดินทางได้เป็นอย่างดี ระหว่างทางเดินขึ้นเขาซึ่งผ่านป่าเขียวที่ขึ้นชอุ่มอยู่ทั้งสองข้างทาง อาจได้พบเจอดงเห็ด และดอกไม้ริมทางเดินอยู่บ้าง แถมยังมีเสียงชะนี ค่าง และนกร้องเป็นกำลังใจให้ตลอดทาง โดยในช่วงหนึ่งกิโลเมตรกว่านั้นยังไม่สมบุกสมบันเท่าไหร่ จนกระทั่งทางขึ้นเขาระยะ 200 เมตรสุดท้าย เพราะเนื่องจากว่าเป็นภูเขาหินปูน ตรงจุดนี้จึงเริ่มหินปูนชัน แต่พอผ่านจุดนี้มาแล้ว ต้องเรียกว่า คุ้มเหลือเกินที่ฝ่าฟันจนขึ้นมาเห็นภาพวิวตระการตาของเขาสกที่อยู่เบื้องหน้าได้สำเร็จ ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

Shout about (ล้อมกรอบ)
ในช่วงหน้าฝนหรือหลังฝนตกจะมีทากน้อยคอยจ้องหาเหยื่อในปากอยู่เป็นระยะๆ ดังนั้นควรเตรียมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าเพื่อป้องกันไม่ให้ทากดูดเลือด แต่หากใครโดนทากเกาะก็หาใบไม้จับที่ตัวทากแล้วดึงออกได้เลย และคอยตรวจตามซอกนิ้วเท้าดูด้วย เพราะทากเหล่านี้ซุกซนมาก

ปิดท้ายโปรแกรมด้วย “ทริปล่องตรงเขตพิทักษ์สัตว์ป่าคลองแสง” โดยตรงทางเข้านั้น เจ้าหน้าที่จะปิดทางเข้าออกไว้แค่ช่องทางเดียว เพื่อคอยตรวจตราเรือที่ผ่านไปมาว่า มีการลักลอบเข้าไปยิงสัตว์ป่าหรือไม่

พอพ้นตรงส่วนทางเข้า ภาพวิวที่เห็นตรงนั้นให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลกจูราสสิค เทือกเขาขนาดสูงเรียงรายสองข้างทาง ลำต้นของอดีตต้นไม้เรียงรายแช่น้ำอยู่เป็นกลุ่มๆ เผยให้เห็นถึงอดีตว่าครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นป่าที่สมบูรณ์มาก่อนที่น้ำจะเข้ามาแทนที่

ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เห็นสัตว์ป่า เพราะไกด์นั้นจะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องแหล่งที่กระทิงและกวางมักจะมาเผยโฉมให้ได้ดูอยู่บ่อยครั้ง แถมยังสามารถสังเกตเห็นได้จากระยะไกลว่า กลุ่มเงาทะมึนที่อยู่ตรงหน้านั้นคือกระทิงหรือก้อนหิน ในวันที่โชคดี นักท่องเที่ยวอาจได้พบเห็นฝูงกระทิงถึง 4 ฝูงหรือมากกว่านั้นลงมากินน้ำ โดยส่วนใหญ่จะอยู่กันประมาณ 3-4 ตัว แต่สำหรับกวางนั้น ต้องอาศัยความฉับไวของสายตา เพราะเคลื่อนไหวเร็วเหลือเกิน

ก่อนกลับ เรือจะพามาแวะชมจุดไฮไลต์อีกแห่งที่ถูกเรียกว่า “กุ้ยหลินน้อย” อีกหนึ่งความงามของเขาหินปูนที่ถูกลมและน้ำกัดเซาะจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตา นอกจากนี้ ไม่ใช่เพียงแต่เขาหินปูนเท่านั้น ไกด์ยังชี้ชวนให้ดูต้นไม้พันธุ์หายากอย่างปาล์มเจ้าเมืองถลาง กกเขาสก และรองเท้านารีอีกด้วย

เมื่อมาถึงท่าเรือปุ๊บ ราวกับความเป็นจริงทุกอย่างถาโถมเข้ามา เสียงคน เสียงรถ ดูวุ่นวาย และหนวกหูกว่าเดิม จนแทบอยากกระโจนขึ้นเรือกลับเข้าไปใหม่อีกรอบ ความเงียบสงบและความสวยงามที่แสนบริสุทธิ์ที่ธรรมชาติหยิบยื่นให้ ช่างเป็นยาเสพติดที่หอมหวานเหลือเกิน เห็นที่คงเสพติดการดีท็อกซ์แบบนี้แน่นอน

Aquarium & Tiger Zoo

Aquarium & Tiger Zoo พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสมุย และสวนเสือ
แบ่งออกเป็น 2 ส่วนจัดแสดงคือ โซนลานแสดงโชว์เสือที่บอกได้เลยว่าแสนจะตื่นเต้นและหวาดเสียว กลัวว่าคนแสดงจะโดนเสือคาบไปกิน เพราะเห็นเสือ ดูเผินๆ ก็ตัวเท่าม้าแล้ว ไม่ต้องถึงกับแยกเขี้ยวก็ขนลุก ต่อด้วยโชว์ของนกแก้วและนากทะเลแสนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนมีส่วนร่วมสนุกในการแสดงด้วย โซนที่สองคือโซนอะควาเรียมซึ่งจัดแสดงสัตว์น้ำจำพวกปลาชนิดต่างๆ จากท้องทะเล (ที่ๆ มันควรอยู่) และปลาที่จับได้จากฝั่งอ่าวไทย ไล่ตั้งแต่ปลาการ์ตูนไปจนถึงปลาฉลาม
ล้อมกรอบ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสมุย และสวนเสือ อยู่ที่อ่าวแหลมเส็ต มีโชว์ตื่นเต้นหวาดเสียวจากเสือเบงกอล และเสือดาว เปิดให้เข้าชมเวลา 09.00-18.00 น. ค่าเข้าชม คนไทย 100 บาท ชาวต่างประเทศ 250 บาท เด็ก 150 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็กรอบการแสดงโชว์ได้ที่
โทร. 0 7742 4017-8 โทรสาร 0 7742 4019

สวนผีเสื้อสมุย

สวนผีเสื้อสมุย

อยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสมุย และสวนเสือเท่าไหร่ ตั้งอยู่บนเนินเขาติดทะเลทางทิศใต้ของเกาะสมุย บริเวณแหลมนาเทียน ขับรถออกจากพิพิธภัณฑ์ฯ ไปอีกประมาณ 5 นาที ก็จะมาถึง

ที่นี่มีเนื้อกว้างขวางถึง 20 ไร่ ภูมิประเทศเป็นลักษณะเนินเขาที่ค่อยๆ ลาดลงสู่ทะล มีส่วนที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์ จัดเป็นสไตล์สวนหินปลูกไม้ดอกไม้ประดับและมีน้ำตกเป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ไทย พืชสมุนไพรและไม้ป่านานาชนิด เพื่อจัดเป็นที่อยู่สำหรับบรรดาผีเสื้อนับหมื่นๆ ตัว และมีบริเวณที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ชม อย่างเช่น บ้านผึ้ง ซึ่งเป็นบ้านไม้ไทย ภายในเป็นห้องมืด จัดแสดงการเจริญเติบโตของผึ้งในรังอย่างละเอียด อีกทั้งมีพิพิธภัณฑ์แมลง จัดแสดงพันธุ์แมลงทั้งพันธุ์ไทยและพันธุ์ต่างประเทศ พร้อมวิทยากรที่คอยแบ่งปันประสบการณ์ความรู้ให้ด้วย
ล้อมกรอบ
สวนผีเสื้อสมุยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. อัตราค่าเข้า ชมผู้ใหญ่ 120 บาท เด็ก 90 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. 0 7742 4020-22

เขื่อนรัชชประภา

เขื่อนรัชชประภา

การผจญภัยที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาสก โดยจะเริ่มจากการนั่งเรือหางยาวค่อยๆ ล่องเลียบเลาะยอดเขาหินปูน ที่โผล่พ้นเหนือผิวน้ำขึ้นมากลายเป็นเกาะน้อยใหญ่ถึง 162 เกาะ กลายเป็นทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา
มีเมฆหมอกและสายลมคลอเคลียท่ามกลางการรายล้อมของผืนน้ำที่กว้างใหญ่ ด้วยความลึกของระดับน้ำกอปรกับสีของตะไคร่น้ำที่อยู่เบื้องล่างทำให้น้ำในเขื่อนมีสีเขียวเข้มเหมือนสีมรกต ลักษณะภูมิประเทศคล้ายที่กุ้ยหลินของประเทศจีนมาก ที่นี่จึงได้ฉายาว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”
สักพักก็มาถึงเกาะกลางน้ำ จากนี้ต้องเดินเท้าข้ามสันเขาสู่บริเวณทะเลในซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “ทะเลใน 500 ไร่” แล้วนั่งแพไม้ไผ่ติดเครื่องยนต์สู่ที่พักเพื่อเก็บสัมภาระและทานอาหารเที่ยง ก่อนที่จะล่องแพไปสำรวจถ้ำปะการัง ซึ่งภายในถ้ำแห่งนี้จะแบ่งออกเป็นหลายๆ
ห้องมีหินงอกหินย้อยอยู่ในสภาพที่่สมบูรณ์สวยงามประดุจปะการังใต้ท้องทะเล จากนั้นก็เดินทางกลับมาคลายเมื่อย ด้วยการพักผ่อนอยู่ที่หน้าแพที่พัก จะว่ายน้ำเล่น หรือพายเรือคายัคก็แล้วแต่ความชอบ น้ำใสๆ สีเขียวมรกตโอบล้อมด้วยขุนเขา เป็นเสน่ห์ที่ทำให้เพลินจนลืมโลกภายนอกไปชั่วขณะ ตกค่ำสามารถล่องแพไปส่องสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า หมูป่า กวางและกระทิงได้อีกด้วย

หมู่เกาะทะเลใต้

หมู่เกาะทะเลใต้

อุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้

สนุกสนานกับกิจกรรมพายคายัคหน้าอ่าวเตล็ดสัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงขนอม และหยอกล้อกับฝูงโลมา หากโชคดีจะมีโลมาเผือกหลังโหนกสีชมพูว่ายแวะมาทักทาย จากนั้นพายอ้อมเกาะท่าไร่ไปชมแนวชั้นหินที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆเป็นบริเวณยาว แลดูสวยงามแปลกตาเป็นที่รู้จักในนาม “หินแพนเค้ก” บ้างก็เป็นซุ้มโค้งเหมือนประตูขนาดใหญ่ บ้างก็เป็นลอนคลื่นเลื้อยไปตามแนวผา ดูแล้วลึกลับชวนให้จินตนาการไปต่างๆ นานา

ถัดไปจะเป็น “เกาะนุ้ยนอก” ซึ่งต้องเดินขึ้นไปบนเกาะเพื่อชมบ่อน้ำจืดกลางทะเลที่มีตำนานเล่าขานมานานกว่า 100 ปี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมล่องเรือไปดำน้ำตื้นดูปะการังที่ “เกาะแตน” ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลใต้ ที่ประกอบไปด้วย 11 เกาะเล็กเกาะน้อยหรือไปทางด้านหาดทางตะวันตกของ “เกาะวังนอก”เป็นแหล่งปะการังน้ำตื้นอีกแห่งที่มีปะการังเขากวาง ปะการังสมอง ปะการังจาน ดอกไม้ทะเลสีต่างๆ และบรรดาฝูงปลานานาพันธุ์

หาดไร่เล

หาดไร่เล
เป็นหาดที่โดดเด่นด้วยลักษณะภูมิประเทศที่สวยงามด้วยหน้าผาทิวเขาหินปูนตระหง่าน มีแอ่งน้ำอยู่ระหว่าง หุบเขาและจุดชมวิวที่สวยงาม ชายหาดของไร่เลมี 2 ฝั่ง คือหาดไร่เลตะวันตก และหาดไร่เลตะวันออก กิจกรรมที่มีชื่อเสียง คือ การปีนผา แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมมาปีนผาที่นี่ บริเวณหาดทั้งสองฝั่งมีที่พักและบริษัทที่ให้บริการปีนผาตั้งอยู่ การชมทัศนียภาพของพระอาทิตย์ตกที่หาดไร่เลเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

การเดินทางสามารถใช้บริการเรือหางยาวได้จากทั้งท่าเรืออ่าวนาง ค่าโดยสารคนละ 100 บาท และท่าเรืออ่าวน้ำเมา ค่าโดยสารคนละ 60 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที หาดถ้ำพระนาง ตั้งอยู่ติดกับหาดไร่เลเป็นหาดซึ่งมีถ้ำหินงอกหินย้อยที่สวยงามแปลกตาและมีกิจกรรมปีนหน้าผาที่น่าตื่นเต้น การเดินทางใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากท่าเรืออ่าวนาง ค่าโดยสารคนละ 100 บาท

การเดินทางไปยังอ่าวนาง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4202 หรือ 4203 สำหรับการเดินทางโดยรถโดยสารจะมีรถสองแถวใกล้ห้างสรรพสินค้าโวคจากตัวเมืองกระบี่ให้บริการตั้งแต่ 16.00-22.00 น. ทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที ค่าโดยสารคนละ 60 บาท

การเดินทางเชื่อมต่อไปยังเกาะและหาดใกล้เคียง สามารถใช้บริการท่าเรืออ่าวนางโดยติดต่อและขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมเรือหางยาวอ่าวนาง โทร. 0 7569 5473 ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. และ สหกรณ์เรือหางยาวบริการตำบลอ่าวนาง จำกัด โทร. 0 7566 1131 , 08 5889 1431 , 08 9291 9420 ตลอด 24 ชั่วโมง

หาดทุ่งวัวแล่น

หาดทุ่งวัวแล่น

ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลสะพลี เป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายสีขาวนวลละเอียด ทอดตัวยาวสุดสายตา ลักษณะเป็นชายหาดน้ำตื้นค่อย ๆ ลาดเอียงลงทีละน้อย เหมาะแก่การเล่นน้ำ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ส่วนทางด้านใต้ของหาดติดภูเขาจะเป็นหาดที่มีหินอยู่มากมาย

เดินทางอย่างไร : โดยรถยนต์ จากตัวเมืองชุมพรไปตามถนนสายชุมพร-หาดทุ่งวัวแล่น ผ่านศูนย์ราชการจังหวัดที่เขาสามแก้วเลียบทางรถไฟ จากนั้นเข้าสู่ถนนหมายเลข 3180 รวมระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร